วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553

ซีอีโออินเทลชี้เทรนด์ใหม่ อุปกรณ์เชื่อมเน็ตฉลาดขึ้น


"พอล โอเทลลินี่" ขึ้นเวทีนักพัฒนาครั้งใหญ่ที่สุดของปีโชว์วิชั่น ชี้อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลากหลายขึ้น เปิดโอกาสธุรกิจใหม่นอกตลาดพีซี

"พอล โอเทลลินี่" ขึ้นเวทีนักพัฒนาครั้งใหญ่ที่สุดของปีโชว์วิชั่น ชี้อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลากหลายขึ้น เปิดโอกาสธุรกิจใหม่นอกตลาดพีซี พร้อมปรับไดเร็คชั่นมุ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีโซลูชั่น รับแผนควบบริษัท "วินด์ ริเวอร์-อินฟินิออน-แมคอาฟี-ทีไอ" หนุนเป้าหมายใหม่
นายพอล โอเทลลินี่ ประธานและหัวหน้าคณะผู้บริหาร (ซีอีโอ) อินเทล กล่าวในงานประชุมนักพัฒนาประจำปี (อินเทล เดเวลอปเปอร์ ฟอรัม 2010) ซึ่งจัดขึ้นวันที่ 13-15 ก.ย.ในสหรัฐ ว่า แนวโน้มอุตสาหกรรมพีซีปีนี้ยังสดใสต่อเนื่อง โดยปีนี้เป็นปีที่พีซีมียอดขายสูงถึง 1 ล้านเครื่องต่อวัน ขณะที่การ์ทเนอร์ประเมินว่าตลาดจะโตราว 18%
ทั้งนี้เป็นผลจากแรงผลักดันของตลาดเกิดใหม่ และพีซียังเริ่มเป็นที่นิยมใช้งานกันแพร่หลาย ทั้งยังเริ่มเห็นแนวโน้มของการพัฒนาอุปกรณ์ที่ฉลาดมากขึ้น นอกเหนือจากการใช้พีซีสำหรับประมวลผล เช่น มือถือ และการใช้หน่วยประมวลผลในรถยนต์
เขาระบุว่า อินเทลได้เริ่มปรับทิศทางบริษัท โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 3 แกนหลักจากเดิมเคยเป็นผู้ผลิตพีซี โปรเซสเซอร์อย่างเดียว แต่จะหันมาเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยประมวลผล, ความปลอดภัย และการทำให้อุปกรณ์ต่างๆ นอกเหนือจากพีซีสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้
พร้อมกับเริ่มลงทุนนอกเหนือกลุ่มพีซี ซึ่งปีที่ผ่านมาอินเทลใช้เงินเกือบ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ซื้อกิจการของบริษัทต่างๆ เริ่มตั้งแต่ "วินด์ ริเวอร์" บริษัทด้านซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว (Embeded Softeware) เพื่อรองรับกลยุทธ์ขยายตลาดด้านซอฟต์แวร์และบริการ
และไม่นานนี้บริษัทเพิ่งประกาศแผนซื้อธุรกิจกลุ่มไวร์เลส โซลูชั่นของ "อินฟินิออน" และธุรกิจความปลอดภัยของ "แมคอาฟี" เข้าเสริมความปลอดภัยให้โปรดักท์และบริการของอินเทล ทั้งยังรวมถึงแผนซื้อธุรกิจส่วนเคเบิล โมเด็มของ "เท็กซัส อินสตรูเมนท์ (ทีไอ)" เพื่อต่อยอดการให้บริการอินเทอร์เน็ตบนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ใช้ทั่วไป
"การพัฒนาโปรเซสเซอร์ก็ยังคงเป็นไปตามกฎของมัวร์ ซึ่งตอนนี้เรากำลังอยู่บนสถาปัตยกรรม 32 นาโนเมตร หรือแซนดี้ บริดจ์ ที่ถือเป็นเจเนอเรชั่นที่ 2 ของอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ โดยภาพรวมจะเป็นการรวมหน่วยประมวลผล กราฟฟิก เอ็มซี และพีซีไอ เอ็กซ์เพรสไว้บนชิพตัวเดียว ซึ่งกำลังจะออกสู่ตลาดเดสก์ทอปและโน้ตบุ๊คก่อนในช่วงต้นปีหน้า และกำลังเริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิตชิพบนสถาปัตยกรรม 22 นาโนเมตร หรือไอวี่ บริดจ์ ที่ตามแผนจะออกสู่ตลาดช่วงครึ่งหลังของปี 2554"
ส่วนความปลอดภัย อินเทลมีเทคโนโลยีวีโปร และแมคอาฟีที่เพิ่งซื้อกิจการ โดยบริษัทวางแผนที่จะพัฒนาต่อยอดให้สามารถป้องกันและตรวจสอบความปลอดภัยบนเทคโนโลยีของอินเทลได้ก่อนจะเข้าถึงตัวระบบ
ขณะการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบริษัทจะต่อยอดจากเทคโนโลยีของ "ทีไอ" และ "อินฟินิออน" เพื่อตอบรับตลาดนอกเหนือจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ เช่น โน้ตบุ๊คซึ่งปัจจุบันมียอดขายเป็น 60% ของตลาดพีซี
"อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ และแพลตฟอร์มอะตอม รวมทั้งซอฟต์แวร์ต่างๆ ของอินเทลกำลังเข้าไปมีบทบาทเปลี่ยนแปลงดาต้าเซ็นเตอร์ เทคโนโลยีคลาวด์ และอื่นๆ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น